BKKMENU : Freebird

BKKMENU : Freebird

Free As Bird Freebird

ร้านอาหารสไตล์โมเดิร์นออสเตรเลีย เปิดใหม่ในซอยสุขุมวิท 47 โดยกลุ่มเพื่อนจากหลายสาขาอาชีพอย่าง Alan Barr – ผู้ก่อตั้ง Grey Matters บริษัทออกแบบชั้นนำในสิงคโปร์ และ Benjamin Lee เจ้าของร้านอาหารและแบรนด์กาแฟ Sarnies ร่วมกับ Dallas Cuddy เชฟมากประสบการณ์ในวงการอาหารออสเตรเลีย และ Marcus Boyle ไวน์ซอมเมอร์ลิเยร์ผู้มีประสบการณ์กว่า 15 ปี และ General Manager ของ Freebird ทั้งหมดร่วมกันเปิดร้านนี้โดยเกิดจากความตั้งใจที่จะสร้างร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ พร้อมต้อนรับทุกคนเข้ามาสัมผัสประสบการณ์อาหารสไตล์ใหม่

Modern Country Atmosphere

ตัวร้านถูกรีโนเวทจากพื้นที่เดิม ตกแต่งใหม่ในสไตล์โมเดิร์นคันทรี โดยยังโครงสร้างของอาคารเก่าเอาไว้ บริเวณหน้าร้านเป็นครัวเปิดโล่งและมุมกาแฟ มีโต๊ะหินอ่อนด้านข้างร้านและโต๊ะยาวหลังร้านสำหรับผู้ที่มาเป็นกลุ่มใหญ่และต้องการดื่มด่ำกับอากาศธรรมชาติและลมเย็น ๆ นอกจากนี้ยังมีการปลูกต้นไม้โดยรอบ และมีสวนพืชเล็ก ๆ ปลูกพืชและสมุนไพรเพื่อใช้เป็นส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่มสำหรับประตูทางเข้าร้านจะอยู่ด้านหลังเพื่อให้ลูกค้าได้ชื่นชมกับบรรยากาศก่อนที่จะเข้าไปในตัวร้าน

ร้านแบ่งเป็น 2 ชั้น ด้านล่างเป็นโซน Dining และบาร์ ส่วนด้านบนเป็นห้องเก็บไวน์ และห้องพิเศษสำหรับจัดปาร์ตี้หรือกิจกรรมต่าง ๆ ได้ สำหรับการตกแต่ง มีการประดับด้วยภาพวาด และเฟอร์นิเจอร์ทั้งของใหม่และของเก่า โดยเน้นวัสดุท้องถิ่นภายในประเทศเป็นหลัก มีเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนให้นั่งชมฝีไม้ลายมือจากบาร์เทนเดอร์และขั้นตอนการทำอาหารจากในครัวเปิดอย่างใกล้ชิด

Modern Australian Cuisine

สำหรับอาหารของที่นี่ จะเสิร์ฟเมนูในสไตล์โมเดิร์นออสเตรเลีย ผสมผสานความหลากหลายของวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน จึงทำให้เมนูของที่นี่ได้รับอิทธิพลจากทั้งแถบยุโรปและเอเชีย โดยได้เชฟ Dallas เชฟชาวออสซี่ที่ได้ผ่านประสบการณ์จากการเปิดร้านอาหารในออสเตรเลียและสิงคโปร์ มาเป็นผู้ครีเอทและดูแลเมนูทั้งหมดให้ นอกจากนี้ยังได้ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์อย่าง Marcus แนะนำการจับคู่อาหารกับไวน์ได้อย่างลงตัว ซึ่งหัวใจหลักของอาหารที่ Freebird คือ รสชาติต้องดี (Taste) ในอุณหภูมิที่เหมาะสม (Temperature) และรสสัมผัสที่หลากหลาย (Texture) ในราคาที่เข้าถึงได้
freebird-freebird-10

Chef’s Choice

สำหรับผู้ที่ลังเลใจว่าจะทานเมนูไหนดี ลองเลือก A Taste of Freebird (1,750 บาท / คน (รวมของหวาน) / 1,500 บาท / คน (ไม่รวมของหวาน) โดยเชฟจะคัดสรรอาหารประมาณ 8 – 10 จานจากเมนูให้ได้ลองชิม

Let’s Start!

สำหรับทุกเมนูของทางร้าน จะเน้นให้ได้รสชาติอูมามิ มาเริ่มมื้อนี้ด้วยเมนูอาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง Freshly shucked oyster with kombu infused vinegar and apple (150 / ตัว) หอยนางรมสด ๆ หมักกับน้ำส้มสายชูและแอปเปิ้ล ได้รสเปรี้ยวผสมรสมิลค์กี้จากหอยนางรม ต่อด้วย Duck liver parfait profiterole with truffle honey and macadamia milk (130 / ชิ้น) เมนูที่ดัดแปลงจากขนมเพสทรีสไตล์ฝรั่งเศส แป้งชูส์โฮมเมด สอดไส้ด้วยตับเป็ดบดผสมน้ำผึ้งทรัฟเฟิลกับนมแมคคาเดเมีย ได้รสเค็มนำ ตามด้วยหวานมัน กลมกล่อม เข้ากันได้ดี สำหรับใครที่อยากได้รสชาติของทะเลแบบเต็ม ๆ ลองสั่ง Organic sea urchin with flaxseed cracker, parmesan and sea grapes (150 / ชิ้น) ไข่หอยเม่นทะเลเนื้อนุ่ม เสิร์ฟบนแคร็กเกอร์ Flaxseed แทรกด้วยพาร์เมซานชีสและสาหร่ายพวงองุ่น

Shaved squid with oyster cream, cucumber juice and seaweed butter (290 บาท) Shaved squid with oyster cream, cucumber juice and seaweed butter (290 บาท)

หรือลองสั่ง Shaved squid with oyster cream, cucumber juice and seaweed butter (290 บาท) ปลาหมึกสไลด์เป็นเส้นบาง ๆ ที่ทำให้สุกด้วยวิธีการ sous vide แล้วรีบนำไปแช่ในน้ำเย็นจัดเพื่อคงความกรอบ เสิร์ฟกับครีมหอยนางรม แตงกวา และเนยสาหร่าย

Enjoy Main Dishes

หลังจากทานจานเรียกน้ำย่อยไปแล้ว มาเริ่มทานจานหนักท้องอย่าง Slow cooked kurobuta pork with pistachio, green olive puree and fennel (450 บาท) เนื้อหมูคุโรบูตะที่ถูกปรุงสุกอย่างช้า ๆ ทำให้ได้เนื้อนุ่ม ๆ ทานคู่กับพูเร่มะกอก และเฟนเนล

Slow cooked kurobuta pork with pistachio, green olive puree and fennel (450 บาท) Slow cooked kurobuta pork with pistachio, green olive puree and fennel (450 บาท)

ใครที่อยากสั่งมาแชร์กับเพื่อน ทางร้านแนะนำ Ocean trout 600g with wakame butter, mussel escabeche and Avruga caviar (1600 บาท) เนื้อปลาโอเชียนเทราต์ย่างเนยวากาเมะหอม ๆ ท็อปด้วยคาเวียร์ Fresh ricotta cavatelli with roasted and raw beetroot, marjoram and whey (350 บาท)

Ocean trout 600g with wakame butter, mussel escabeche and Avruga caviar (1600 บาท) Ocean trout 600g with wakame butter, mussel escabeche and Avruga caviar (1600 บาท)

Homemade Pasta Dish

ส่วนใครที่มองหาเมนูอาหารจานเดียว ทางร้านแนะนำ Fresh ricotta cavatelli with roasted and raw beetroot, marjoram and whey (350 บาท) พาสต้าชีสรีคอตต้าคาวาเทลลี่โฮมเมด รสชาติเข้มข้น ตัดกับความเปรี้ยวจากบีทรูท
Fresh ricotta cavatelli with roasted and raw beetroot, marjoram and whey (350 บาท) Fresh ricotta cavatelli with roasted and raw beetroot, marjoram and whey (350 บาท)

Freshly Sweet

ปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวาน Lime leaf posset with whipped coconut, honeydew melon and elderflower (300 บาท) ขนม Posset รสมะกรูด ท็อปด้วยวิปครีมมะพร้าว เสิร์ฟมาพร้อมเมลอนและเม็ดแมงลัก Nutbush (400 บาท) Flamingo (340 บาท)
Lime leaf posset with whipped coconut, honeydew melon and elderflower (300 บาท) Lime leaf posset with whipped coconut, honeydew melon and elderflower (300 บาท)

Time For Drinks

ค็อกเทลที่นี่ก็มีให้เลือกหลายเมนูเช่นเดียวกัน ทางร้านแนะนำ Nutbush (400 บาท) รสออกหวาน ได้กลิ่นถั่วเล็กน้อย เบสด้วย Madeira Wine แล้วผสม Apple Liqueur กับ Toffee Nut Shrub และ Citrus Flamingo (340 บาท) ค็อกเทลสีแดงอมชมพูสดใส มี Strawberry Gin กับ French Vermouth เป็นเบส นอกจากค็อกเทลแล้ว ทางร้านยังเน้นเสิร์ฟไวน์ดี ๆ ที่คัดสรรมาจากทั่วโลก โดยจะเน้นเป็นไวน์ออสเตรเลียส่วนใหญ่ ให้เข้าคู่กับเมนูอาหารของทางร้าน

Nutbush (400 บาท) Nutbush (400 บาท) Citrus Flamingo (340 บาท) Citrus Flamingo (340 บาท)

Source: www.bkkmenu.com